Burnout พนักงาน — ต้นทุนที่องค์กรมองไม่เห็น แต่จ่ายอยู่ทุกวัน

พนักงานยังมาทำงานอยู่ทุกวัน แต่ผลงานหายไปครึ่งหนึ่ง ลางานบ่อยขึ้น หรือลาออกไปโดยที่คุณไม่ทันตั้งตัว ถ้าองค์กรของคุณเคยเจอแบบนี้ มีโอกาสสูงที่ต้นทุนจริงๆ ไม่ได้อยู่ในงบ HR แต่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่วัดยากกว่านั้น
Key Takeaways

  • Burnout ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวของพนักงาน แต่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและประสิทธิภาพขององค์กร
  • ต้นทุนที่มองไม่เห็น ได้แก่ productivity ที่หาย, อัตราลาออกที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการ recruit คนใหม่
  • HR มักพบ Burnout ช้าเกินไป เพราะพนักงานส่วนใหญ่ไม่บอก
  • การลงทุนด้านสุขภาพจิตพนักงานก่อนถึงจุดวิกฤต ประหยัดกว่าการแก้ปัญหาหลังจากเกิดขึ้นแล้ว
  • มีเครื่องมือที่ช่วยให้ HR ประเมินสถานะสุขภาพใจพนักงานได้ก่อนที่ปัญหาจะบาน

เมื่อ “ยังมาทำงาน” ไม่ได้แปลว่า “โอเค”

Presenteeism — การมาทำงานทั้งที่ร่างกายหรือจิตใจไม่พร้อม — เป็นหนึ่งในต้นทุนที่องค์กรมักมองข้าม เพราะมันไม่ปรากฏในสถิติการลา

พนักงานที่กำลัง Burnout มักยังมาทำงานอยู่ในช่วงแรก แต่ความสามารถในการตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกับทีมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และนั่นคือต้นทุนที่ไม่มีใบแจ้งหนี้

ต้นทุนที่แท้จริงของ Burnout ในองค์กร

1. Productivity ที่หายไป

องค์การอนามัยโลก (WHO) รับรอง Burnout เป็นปรากฏการณ์ทางอาชีพอย่างเป็นทางการในปี 2562 และ Gallup รายงานว่าพนักงานที่ไม่มี engagement กับงานทำให้เศรษฐกิจโลกสูญเสียมูลค่าถึง 8.9 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี คิดเป็น 9% ของ GDP โลก — โดย Burnout เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของ disengagement นั้น

นอกจากนี้ Gallup ยังพบว่าพนักงานที่ Burnout มีโอกาสลาป่วยสูงกว่าพนักงานปกติถึง 63% และมีประสิทธิภาพในการทำงานต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

2. อัตราลาออกที่สูงขึ้น

Gallup และ SHRM ต่างรายงานตรงกันว่าต้นทุนในการหาและ onboard พนักงานใหม่หนึ่งคนอยู่ที่ 50–200% ของเงินเดือนต่อปีของตำแหน่งนั้น ขึ้นอยู่กับระดับและความเชี่ยวชาญ

ตัวอย่างเช่น พนักงานระดับกลางที่มีเงินเดือน 50,000 บาทต่อเดือน — ต้นทุนในการ replace คนนี้อาจสูงถึง 300,000–1,200,000 บาท เมื่อรวมค่า recruit, ค่า training, และ productivity ที่หายไประหว่าง ramp-up period

และพนักงานที่ Burnout นั้น มีแนวโน้มที่จะลาออกสูงกว่าพนักงานที่ไม่ Burnout ถึง 3 เท่า (Eagle Hill Consulting, 2025)

3. ค่ารักษาพยาบาลและวันลาป่วยที่เพิ่มขึ้น

Gallup ประเมินว่าพนักงานที่มีสุขภาพจิตไม่ดีจะมีวันลาป่วยโดยไม่ได้วางแผนสูงถึงเฉลี่ย 12 วันต่อปี เทียบกับ 2.5 วันสำหรับพนักงานทั่วไป ซึ่งคิดเป็นต้นทุนประมาณ $340 ต่อวันที่ขาดงานสำหรับพนักงาน full-time

4. ผลกระทบต่อทีมที่เหลือ

Burnout ไม่ได้จบที่คนเดียว คนที่ Burnout มักส่งผลต่อบรรยากาศทีม ทำให้คนรอบข้างรับภาระงานเพิ่มขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงที่คนอื่นจะ Burnout ตามมา

ทำไม HR มักรู้ช้าเกินไป

จากการสำรวจของ NAMI (National Alliance on Mental Illness) ปี 2025 พบว่ามีเพียง 13% ของพนักงานเท่านั้นที่บอก manager หรือ supervisor ว่าสุขภาพจิตของตัวเองกำลังมีปัญหาจากความกดดันในการทำงาน

สาเหตุหลักที่พนักงานไม่กล้าบอกคือกลัวถูกมองว่าทำงานไม่ไหว หรือกังวลว่าจะกระทบการประเมินผลในอนาคต

ผลคือ HR มักได้รับรู้ปัญหาก็ต่อเมื่อพนักงานยื่นใบลาออกไปแล้ว ซึ่งถึงจุดนั้นต้นทุนเกิดขึ้นแล้วทั้งหมด

สัญญาณที่ HR ควรสังเกต

แม้พนักงานจะไม่บอก แต่มีสัญญาณที่สังเกตได้:

  • อัตราลาป่วยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวันจันทร์และวันศุกร์
  • คุณภาพงานลดลงอย่างฉับพลัน โดยไม่มีเหตุภายนอกชัดเจน
  • การมีส่วนร่วมในที่ประชุมลดลง พนักงานเงียบลง ไม่แสดงความคิดเห็น
  • ความผิดพลาดเพิ่มขึ้น ในงานที่เคยทำได้ดี
  • ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานห่างเหิน หรือมีความขัดแย้งบ่อยขึ้น

การลงทุนก่อน ประหยัดกว่าการแก้ทีหลัง

Deloitte วิเคราะห์ 26 งานวิจัยในปี 2024 และพบว่าองค์กรที่ลงทุนด้านสุขภาพจิตพนักงานได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 4.70 ปอนด์ต่อทุก 1 ปอนด์ที่ลงทุน — หรือคิดเป็น ROI 470% โดยแหล่งผลตอบแทนหลักมาจากการลดลงของ presenteeism และการเพิ่มขึ้นของ productivity

Jaifull ออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรในจุดนี้โดยเฉพาะ — ด้วย HR Dashboard ที่ให้ข้อมูลภาพรวมสุขภาพใจพนักงานแบบ anonymized เพื่อให้ HR เห็นสัญญาณก่อนที่มันจะกลายเป็นปัญหา

จากประสบการณ์ของ Jaifull

จากการทำงานกับองค์กรในไทย เราพบว่าหลายบริษัทเริ่มติดต่อมาหลังจากที่พนักงานหลักลาออกไปแล้ว หรือหลังจากที่มีเหตุการณ์ที่กระทบบรรยากาศทีมอย่างรุนแรง

สิ่งที่ทุกองค์กรบอกตรงกันคือ “รู้ว่ามีสัญญาณ แต่ไม่รู้ว่าจะจัดการยังไง”

นั่นคือสิ่งที่เราช่วยได้

อยากรู้ว่าองค์กรของคุณอยู่จุดไหน

Jaifully มีเครื่องมือประเมินเบื้องต้นสำหรับ HR ที่ต้องการเข้าใจสถานะสุขภาพใจพนักงานก่อนตัดสินใจ

→ ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับองค์กร LineOA พิมพ์ @jaifull หรือ 098 494 7442 

→ ดูโซลูชันสำหรับองค์กรของ Jaifully – https://shorturl.at/vZRSB 

Burnout ไม่ใช่ปัญหาของพนักงาน แต่เป็นความรับผิดชอบของทั้งองค์กร

การรอให้พนักงานบอกว่าตัวเองไม่ไหว มักหมายถึงรอช้าเกินไปแล้ว

องค์กรที่ดูแลสุขภาพจิตพนักงานเชิงรุก ไม่ได้ทำเพราะใจดี แต่เพราะมันคือการตัดสินใจทางธุรกิจที่ชาญฉลาด

หากสนใจพัฒนาพนักงานและผู้นำในองค์กร ขอคำแนะนำเพิ่มเติมจาก Mentall Wellness Team ของใจฟู หรือเข้าร่วมกิจกรรม “Emotional Management” ล่าสุดได้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่: www.jaifully.com

🟦 📌 add LINE OA @jaifull เพื่อขอรับคำปรึกษาส่วนตัว หรือเยี่ยมชมระบบให้คำปรึกษา


ติดตามใจฟู


Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *